โทรศัพท์ : 039-319-666, ที่อยู่ 38 ถ.เลียบเนิน ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี

ประวัติหน่วยงาน

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก

วิสัยทัศน์

ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาที่เป็นผู้นำด้านวิชาการและสรรค์สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ทันสมัย มุ่งผลิตแพทย์เพื่อชุมชน

พันธกิจ
  • พัฒนางานวิจัยและสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าด้วยการบูรณาการกับพันรกิจของโรงพยาบาลพระปกเกล้า
  • ให้บริการทางวิชาการเพื่อการพัฒนาทางแพทยศาสตรศึกษาและการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของชุมชนและสังคม
  • ฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีศักยภาพ รองรับการให้บริการในหน่วยบริการระดับตติยภูมิ
  • ผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีคุณภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน ด้วยคุณธรรม
ปรัชญา

ก้าวล้ำทันสมัย สร้างคุณค่าให้ชุมชน

ปณิธาน

ผลิตแพทย์ที่มีมาตรฐานและรับใช้สังคมอย่างมีความสุข

ค่านิยม

พี่น้องผูกพัน สร้างสรรค์เรียนรู้ มุ่งสู่ผลสำเร็จ

เกี่ยวกับประวัติหน่วยงาน
เมื่อต้นปี พ.ศ. 2519 ได้มีการเจรจากันระหว่างผู้อำนวยการกองฝึกอบรมกระทรวงสาธารณสุข (นายแพทย์กิติ ตยัคคานนท์) และรองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รองศาสตราจารย์นายแพทย์ทองจันทร์ หงส์ลดารมภ์) เรื่องการผลิตแพทย์เพื่อรับใช้สังคมชาวชนบท โดยกระทรวงสาธารณสุข มีความประสงค์จะได้แพทย์ทำงานในชนบทมากขึ้น จึงได้มีหนังสือจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขถึงอธิการบดี (ศาสตราจารย์เติมศักดิ์ กฤษณามระ) ขอความร่วมมือให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลิตแพทย์เพิ่มขึ้นโดยรับนิสิตจากต่างจังหวัด เพื่อจะได้กลับไปทำงานต่างจังหวัด มหาวิทยาลัยได้พิจารณาเรื่องนี้แล้วเห็นว่าควรจะร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขช่วยผลิตแพทย์ดังกล่าวโดยอาศัยแนวคิดในการผลิต 2 ประการ คือ 1. ต้องจัดหลักสูตรเน้นหนักทางชนบทและการเรียนในชนบท เพื่อแก้ปัญหาชนบท ในกรณีนี้ การเรียนภาคคลินิกจำเป็นต้องจัดทำในโรงพยาบาลต่างจังหวัดโดยตลอด 2. ควรใช้โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นสถานที่เรียน อาศัยแพทย์และบุคลากรอื่นของโรงพยาบาลเหล่านี้เป็นผู้สอน ซึ่งจะเป็นวิธีที่มีความสิ้นเปลืองในแง่ของการลงทุนน้อย โดยใช้ทรัพยากรของชาติที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ โดยมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตามลำดับ ดังต่อไปนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 กระทรวงสาธารณสุข และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดให้มีการประชุมเพื่อดำเนินการแผนงานผลิตแพทย์ โดยเสนอชื่อโครงการฯ ว่า “โครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบท ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกระทรวงสาธารณสุข (MESRAP)” วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2521 ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการจากคณะรัฐมนตรี และมีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการ ซึ่งมีประธานร่วมได้แก่ ศาสตราจารย์เติมศักดิ์ กฤษณามระ (อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และนายแพทย์อมร นนทสุต (รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข) โดยมีกรรมการฝ่ายกระทรวงและฝ่ายมหาวิทยาลัยร่วมอยู่ด้วย ได้วางโครงร่างการดำเนินงาน และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ได้แก่ อนุกรรมการพิจารณา – เกณฑ์การคัดเลือกนิสิต อนุกรรมการจัดทำหลักสูตร อนุกรรมการแลกเปลี่ยนบุคลากร และอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกสถานที่ ซึ่งคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ ได้ดำเนินการพิจารณาโครงสร้างและเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย โดยมีกองฝึกอบรมกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ประสานงาน คณะอนุกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกสถานที่ คือ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี เป็นศูนย์การศึกษาภาคคลินิกของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเริ่มให้บริการการศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 มีพิธีเปิด “ศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า” โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานและมีนายแพทย์ชัยสิทธิ์ ธารากุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยเริ่มจัดการเรียนการสอนนิสิตแพทย์รุ่นที่ 1 (หลักสูตรเก่า) และรุ่นที่ 2 (หลักสูตรใหม่) จำนวน 21 คน ตั้งแต่พ.ศ. 2525 ถึงพ.ศ. 2548 มีนิสิตแพทย์สำเร็จการศึกษาโครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบท ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกระทรวงสาธารณสุข (MESRAP) รวม 22 รุ่น จำนวน 385 คน ปี พ.ศ. 2537 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับทบวงมหาวิทยาลัย จัดทำ “โครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD)” เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ ปี พ.ศ. 2540 กระทรวงสาธารณสุขจัดตั้ง “สำนักงานบริหารโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท” เพื่อรับผิดชอบโครงการดังกล่าว สำนักงานนี้มีฐานะเทียบเท่ากองในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขใช้ชื่อย่อว่า “สบพช.” ปี พ.ศ. 2541 มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขให้จัดตั้งศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกขึ้นในโรงพยาบาลศูนย์นั้น ศูนย์การศึกษาแพทย์ฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า” จนถึงปัจจุบันนี้