โทรศัพท์ : 039-319-666, ที่อยู่ 38 ถ.เลียบเนิน ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี
ประวัติความเป็นมาของโรงพยาบาล
ก่อนที่จะมีโรงพยาบาลประจำจังหวัดจันทบุรีนั้น สถานที่ให้บริการรักษาพยาบาลเป็นสุขศาลาชั้นหนึ่ง มีหลวงนรินทร์ประสาทเวช (เจน สุนทโรทัย) สาธารณสุขมณฑลจันทบุรี เป็นแพทย์ประจำการคนแรก สถานที่ตั้งเดิมอยู่บนถนนท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันถูกรื้อถอนไปแล้ว และสร้างเป็นวิทยาลัยสารพัดช่างจันทบุรี แผนกวิชาเครื่องประดับและอัญมณี ต่อมาในปี พ.ศ. 2480 หลวงนรินทร์ประสาทเวช ขณะที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดจันทบุรี ได้ติดต่อกับกรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ดำเนินการจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นในจังหวัดจันทบุรี โดยได้เลือกพื้นที่ท้ายเนินปลัด (หรือเนินป่าโรงไห) ริมถนนเลียบเนินตรงข้ามกับทุ่งนาเชยเป็นที่ก่อสร้างโรงพยาบาล มีเนื้อที่ประมาณ 77 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา (ตามโฉนดเลขที่ 5754 มีจำนวน 74 ไร่ 20 ตารางวา) โดยบางส่วนเป็นที่ดินที่ได้รับบริจาคจากราษฎรผู้มีจิตศรัทธา
การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2481 แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2482 เป็นโรงพยาบาลขนาด 50 เตียง มีอาคารต่างๆประกอบด้วย ตึกอำนวยการชั้นเดียว ตึกผ่าตัดเล็ก เรือนคนไข้ 2 หลัง รับคนไข้ได้หลังละ 25 เตียง ตึกพระภิกษุและสามเณรอาพาธ รับคนไข้ได้ 18 เตียง โรงครัว โรงซักฟอก โรงไม้เก็บศพ และที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ในวันชาติของปี พ.ศ. 2483 คือ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ได้มีพิธีเปิดโรงพยาบาลโดยให้ชื่อว่า “โรงพยาบาลจันทบุรี” กรมสาธารณสุขได้แต่งตั้งนายแพทย์เลิศ สมบูรณ์ยิ่ง เป็นนายแพทย์ผู้ปกครอง ระหว่างปี พ.ศ. 2495 – 2496 ได้มีการขยายโรงพยาบาลเพิ่มเติมเพื่อครอบคลุม งานบริการให้มากขึ้น ทำให้โรงพยาบาลมีสถานะเป็นโรงพยาบาลขนาด 80 เตียง ในปี พ.ศ. 2497

ประวัติศาสตร์ของโรงพยาบาลจันทบุรีเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ได้เสด็จมาประทับ ณ สวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี ในปี พ.ศ. 2493 และวันหนึ่งทรงประสบอุบัติเหตุมีดบาดพระดัชนี และได้เสด็จพระราชดำเนินไปที่โรงพยาบาลจันทบุรี ทำให้ทรงตระหนักพระราชหฤทัยด้วยกุศลจิตว่า อาคารต่างๆที่มีอยู่แล้วยังน้อยเกินไป ไม่เพียงพอ แก่การรักษาพยาบาลประชาชนผู้เจ็บไข้ในจังหวัดนี้ และทรงมีดำริว่า ตึกผ่าตัดที่ทันสมัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรจะสร้างขึ้นก่อน พระองค์จึงได้ทรงพยายามจัดหาทุนทรัพย์สำหรับใช้ในการก่อสร้าง โดยพระราชทานเงิน ส่วนพระองค์เป็นทุนส่วนใหญ่ไว้ และได้แจ้งพระราชประสงค์แก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ รวมทั้งประชาชนทั่วไป กับได้ทรงจัดให้มีการแสดงละครขึ้นที่จังหวัดพระนครเมื่อปี พ.ศ. 2496 เพื่อหารายได้ มาสมทบทุนในการนี้ ในการสร้างตึกผ่าตัดหลังนี้
เมื่อความทราบถึงคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2496 โดย ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี จึงมีมติให้ปรับปรุงขยายโรงพยาบาลจันทบุรีพร้อมจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยอนุมัติงบประมาณเพื่อขยายโรงพยาบาล เป็นโรงพยาบาลขนาด 150 เตียง และให้เปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลจันทบุรีเป็น “โรงพยาบาลพระปกเกล้า” เพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จ พระราชดำเนินทรงกระทำพิธีเปิดแพรคลุมป้ายชื่อตึกผ่าตัด “ประชาธิปก” และ ป้ายชื่อ “โรงพยาบาลพระปกเกล้า" เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ในปี พ.ศ. 2508 คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาวางโครงการปรับปรุงโรงพยาบาลพระปกเกล้าให้เป็นโรงพยาบาลหลักและเป็นศูนย์การศึกษาวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยภาคตะวันออก โดยได้อนุมัติเงินเป็นค่าก่อสร้างโรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยขึ้นที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า สมเด็จพระนางเจ้า รำไพพรรณีฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2508 การก่อสร้าง แล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2508 และเปิดรับนักเรียนเข้าเรียนในปีเดียวกันเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 20 คน

ในปี พ.ศ. 2509 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มีพระราชเสาวนีย์ ทรงรับเป็นองค์พระบรมราชินูปถัมภ์โรงพยาบาลพระปกเกล้า และโรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย (วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในปัจจุบัน) ทั้งโรงพยาบาลพระปกเกล้าและวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี จึงอยู่พระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา จนถึงเสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2527 โดยขณะที่ทรงประทับที่วังสวนบ้านแก้ว พระองค์ได้เสด็จ พระราชดำเนินมาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าและวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หลายครั้ง
ในปี พ.ศ. 2524 นายแพทย์ชัยสิทธิ์ ธารากุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในขณะนั้น ได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบท พร้อมทั้งดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งพลงเหนือ เพื่อเป็นพื้นที่ก่อสร้างอาคารพักนิสิตแพทย์ อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่เป็นสนามกีฬา สระกักเก็บน้ำ และระบบประปาของโรงพยาบาล ในโอกาสนี้ นายอภัย จันทวิมล ได้บริจาคที่ดินที่เป็นรอยต่อให้โรงพยาบาลเพิ่มอีกจำนวน 2 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา ทำให้พื้นที่โรงพยาบาลมีอาณาเขตติดต่อเป็นผืนเดียวกัน
ปี พ.ศ. 2525 โรงพยาบาลพระปกเกล้า ขยายขนาดเป็น 560 เตียง และเริ่มมีนิสิตแพทย์รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ของโครงการส่งเสริมการศึกษาแพทย์สำหรับชาวชนบทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงสาธารณสุข รวม 21 คน มาเรียนหลักสูตรแพทยศาสตร์ภาคคลินิกที่ศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิกโรงพยาบาลพระปกเกล้า โดยในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิกแห่งแรกของประเทศไทย
โรงพยาบาลพระปกเกล้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) พระราชทานชื่ออาคารอุบัติเหตุฉุกเฉินว่า “อาคารเทพรัตน์” และได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า 3 ครั้ง ครั้งแรก เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธาน ในการประกอบพิธีเปิดอาคารเทพรัตน์ และหออภิบาลรำไพพรรณี เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2537 ครั้งที่สอง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุเสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2551 และครั้งที่สาม เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ทอดพระเนตรกิจการ ของโรงพยาบาลพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จ พระราชดำเนินทรงกระทำพิธีเปิดแพรคลุมป้ายชื่อตึกผ่าตัด “ประชาธิปก” และ ป้ายชื่อ “โรงพยาบาลพระปกเกล้า" เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ในปี พ.ศ. 2508 คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาวางโครงการปรับปรุงโรงพยาบาลพระปกเกล้าให้เป็นโรงพยาบาลหลักและเป็นศูนย์การศึกษาวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยภาคตะวันออก โดยได้อนุมัติเงินเป็นค่าก่อสร้างโรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยขึ้นที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า สมเด็จพระนางเจ้า รำไพพรรณีฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2508 การก่อสร้าง แล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2508 และเปิดรับนักเรียนเข้าเรียนในปีเดียวกันเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 20 คน
เมื่อความทราบถึงคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2496 โดย ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี จึงมีมติให้ปรับปรุงขยายโรงพยาบาลจันทบุรีพร้อมจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยอนุมัติงบประมาณเพื่อขยายโรงพยาบาล เป็นโรงพยาบาลขนาด 150 เตียง และให้เปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลจันทบุรีเป็น “โรงพยาบาลพระปกเกล้า” เพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
ประวัติศาสตร์ของโรงพยาบาลจันทบุรีเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ได้เสด็จมาประทับ ณ สวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี ในปี พ.ศ. 2493 และวันหนึ่งทรงประสบอุบัติเหตุมีดบาดพระดัชนี และได้เสด็จพระราชดำเนินไปที่โรงพยาบาลจันทบุรี ทำให้ทรงตระหนักพระราชหฤทัยด้วยกุศลจิตว่า อาคารต่างๆที่มีอยู่แล้วยังน้อยเกินไป ไม่เพียงพอ แก่การรักษาพยาบาลประชาชนผู้เจ็บไข้ในจังหวัดนี้ และทรงมีดำริว่า ตึกผ่าตัดที่ทันสมัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรจะสร้างขึ้นก่อน พระองค์จึงได้ทรงพยายามจัดหาทุนทรัพย์สำหรับใช้ในการก่อสร้าง โดยพระราชทานเงิน ส่วนพระองค์เป็นทุนส่วนใหญ่ไว้ และได้แจ้งพระราชประสงค์แก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ รวมทั้งประชาชนทั่วไป กับได้ทรงจัดให้มีการแสดงละครขึ้นที่จังหวัดพระนครเมื่อปี พ.ศ. 2496 เพื่อหารายได้ มาสมทบทุนในการนี้ ในการสร้างตึกผ่าตัดหลังนี้
การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2481 แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2482 เป็นโรงพยาบาลขนาด 50 เตียง มีอาคารต่างๆประกอบด้วย ตึกอำนวยการชั้นเดียว ตึกผ่าตัดเล็ก เรือนคนไข้ 2 หลัง รับคนไข้ได้หลังละ 25 เตียง ตึกพระภิกษุและสามเณรอาพาธ รับคนไข้ได้ 18 เตียง โรงครัว โรงซักฟอก โรงไม้เก็บศพ และที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ในวันชาติของปี พ.ศ. 2483 คือ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ได้มีพิธีเปิดโรงพยาบาลโดยให้ชื่อว่า “โรงพยาบาลจันทบุรี” กรมสาธารณสุขได้แต่งตั้งนายแพทย์เลิศ สมบูรณ์ยิ่ง เป็นนายแพทย์ผู้ปกครอง ระหว่างปี พ.ศ. 2495 – 2496 ได้มีการขยายโรงพยาบาลเพิ่มเติมเพื่อครอบคลุม งานบริการให้มากขึ้น ทำให้โรงพยาบาลมีสถานะเป็นโรงพยาบาลขนาด 80 เตียง ในปี พ.ศ. 2497